“ALL” ส่งซิก โค้งสุดท้ายโดดเด่น – Q4 พีคสุดในรอบปี มาตรการรัฐหนุน อสังหาฯ โต – โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.25 – 6.48 บาท

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL เปิดเผยถึงกรณีที่บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ออกมาประเมินภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2562 และอัตราการเติบโตปี 2562 โดยมองว่า ALL มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากมองว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อ ประกอบกับภาครัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ส่งท้ายปี ยิ่งส่งผลเชิงบวกทางด้านจิตวิทยา ต่อผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกันตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในยุคปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคเรียลดีมานด์ ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่ง ALL สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัยได้ครบทุกมิติของคอนโดมิเนียม ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ช่วงโค้งสุดท้ายของกลุ่มธุรกิจมีความคึกคักและมีสีสันอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับโครงการ ที่ได้รับอานิสงส์ จากมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย 1. โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50 2. โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 3. โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต 4. โครงการ ไรส์ พระราม 9 5. โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ 6.โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา – ห้วยขวาง และ 7.โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาดพร้าว – สุทธิสาร
ปัจจุบันบริษัทฯ มี Backlog ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ปีนี้และจะโอนกรรมสิทธิ์ในปีหน้า มูลค่ารวมกว่า 40% จาก Backlog ทั้งหมด 11,400 ล้านบาท นอกจากนี้ กว่า 40% ของโครงการทั้งหมดที่มีในมือมูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่มีระดับราคาขายตั้งแต่ 1.5 – 3 ล้านบาท สอดคล้องกับมาตรการที่จะช่วยลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01% ซึ่งผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เชื่อว่า ตั้งแต่ปลายปีนี้ จนถึงปีหน้า จะมีแรงซื้อจากอานิสงค์มาตรการดังกล่าว ทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากมาตรการดังกล่าว ผนวกกับกลยุทธ์การเจาะตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานและอัตราการเติบโตในปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตเป็นอัตราร้อยละที่ไม่น้อยกว่าสองหลัก เมื่อเทียบกับจากก่อนที่มีรายได้รวม 2,342.97 ล้านบาท ซึ่งรายได้รวมดังกล่าวคาดว่าเป็นรายได้ที่ทำสถิติสูงสุด ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ โดยจะเห็นได้จากในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ มีความสามารถในการทำรายได้รวมแล้ว 2,339.38 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงไตรมาสที่เหลือ ประกอบกับยอดขายรอโอน (Backlog) รวมมูลค่ากว่า 11,400 ล้านบาท ที่คาดว่าจะทยอยรับรู้ในช่วงไตรมาส 4/2562 ประมาณ 40% ของมูลค่ารวมทั้งหมด ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าภาพรวมการเติบโตของ ALL ในไตรมาส 4/2562 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปีนี้ ซึ่งก็จะส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2562 เติบโตกว่าที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท
“ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มียอดขายรอโอน รวมมูลค่ากว่า 11,400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้ในช่วงไตรมาส 4/2562 ประมาณ 40% โดย Backlog ทั้งหมดดังกล่าวเป็น Backlog ที่เป็นสินค้าในกลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ประมาณครึ่งหนึ่งของยอดทั้งหมด ทั้งนี้ ยอด Backlog ทั้งหมดแบ่งเป็น จากโครงการทาวน์โฮม จำนวน 300 ล้านบาท, โครงการประเภท High Rise จำนวน 3,400 ล้านบาท และโครงการประเภท Low Rise จำนวน 7,700 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่องถึงปี 2565 ทำให้บริษัทฯ มั่นใจผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีจากนี้ (2563 – 2565) ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
